คุยกับความฝัน ๑

posted on 29 Oct 2006 00:08 by jejib

วันสบายๆที่ยังไม่สบายดี

สวัสดีความฝัน ยังสบายดีอยู่ใช่ไหม

ช่วงนี้ไม่ค่อยจะว่างทักทายกันเท่าไหร่เลย

วันนี้เป็นวันสบายๆของฉันหล่ะ

ฉันเพิ่งผ่านพ้นวิบากกรรมแบบคู่ขนานมาได้

อืมมมม...ฉันหมายถึงต้องใช้ความพยายาม อดทนและเข้มแข็ง

เพื่อผ่าฟันทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกันหน่ะ

ความฝันจ๊ะ

ฉันทำได้แหละ..อาจจะไม่ดีเหมือนใครๆ

แต่ฉันก็ใช้ทุกอย่างที่ฉันมี

เพื่อฝ่าฟันสองอย่างนี้มาพร้อมๆกัน

สองสัปดาห์มานี้เป็นช่วงที่ทรมาณของฉันจริงๆ

ท้อวันล่ะหลายๆครั้งจากหลายๆอย่าง

แผลที่ผ่ามามันฉีกไป ฉันกลัวเหลือเกิน

ว่าฉันจะไม่หาย ฉันไม่อยากเป็นคนที่ทำอะไรไม่ได้ด้วยตัวเองอย่างนี้

ที่สำคัญฉันไม่อยาก อ่อนแอ

และฉันต้องสอบ ติดๆกันอีกด้วย

ช่างทรมาณจริงๆ

ฉันยังสอบไม่เสร็จหรอกจ๊ะความฝัน

เหลืออีกวิชาเดียวอีกอย่างหนึ่งที่ยังไม่ผ่านพ้นไป

แต่วันนี้ต้องขอพักสักหน่อย

เลยอยากแวะมาทักทายเธอนะ

ความฝันจ๊ะ ฉันอยากเล่าให้เธอฟังอีกว่า

ท่ามกลางวิบากกรรมเหล่านี้

เมื่อฉันกลับมาทบทวนฉันได้พบอะไรๆหลายอย่าง

ฉันได้เรียนรู้การช่วยเหลือตนเองมากขึ้น

ฉันได้รู้จักความรักของตัวเองมากขึ้น

ฉันได้เรียนรู้ถึงอาการของบาดแผลใหม่ๆที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อน

ที่สำคัญนะฉันอยากจะบอกเธอว่า ฉันยังไม่เคยลืมเธอ

อาจจะดูเหมือนฉันห่างเหินไปบ้าง

อย่าน้อยใจล่ะ ....

แต่ฉันรับประกันนะว่า ฉันยังมุ่งมั่น และซื่อสัตย์กับความฝันของฉันเสมอ

ความฝันจ๊ะ คิดถึงเธอจัง คิดถึงวันที่เธอจะกลายมาเป็นความจริงของฉัน

วันนั้นวันที่เราเจอกัน ณ ที่ใดที่หนึ่งที่ความฝันกลายเป็นความจริง

ฉันคงจะได้พบกับความสุขด้วย ฝากบอกเจ้าความสุขด้วยนะจ๊ะ

ว่าฉันยังรอคอยที่จะได้เจอเขาเช่นกัน

สุดท้ายหวังว่าเธอคงสบายดีนะจ๊ะ ความฝันของฉัน

ฉันคงไม่ได้ทำส่วนใดส่วนหนึ่งของเธอหล่นหายไว้ที่ไหนใช่ไหม

รักและคิดถึงเสมอ

จากที่หนึ่งในกรุงเทพฯ


edit @ 2006/10/29 00:08:37
edit @ 2006/10/29 00:09:37

ฉันยังเป็นฉัน

posted on 23 Oct 2006 03:19 by jejib

ฉันยังเป็นฉันอยู่ทุกวัน

อยากให้เธอมองฉันอย่างที่ฉันเป็นจริงๆ

ไม่ใช่ มองแล้วตีความตามที่เห็น

"สิ่งสำคัญหาอาจมองเห็นได้ด้วยตาไม่"

คงเคยอ่านใช่ไหมจากเจ้าชายน้อย

ฉันอยากบอกว่า

หาก"จะ"รักฉัน

กรุณารักฉันในวิถีที่ฉันเป็น

ฉันยังคงเป็นฉัน

เป็นผู้หญิงธรรมดา


edit @ 2006/10/23 03:20:36

เรื่องของคนโง่

posted on 04 Oct 2006 02:48 by jejib

วันหนึ่งๆ ในชีวิตคนเราเกิดปัญหาหลายต่อหลายอย่าง

แก้ไขได้บ้างแก้ไขไม่ได้บ้าง สุดแต่วิถีของปัญหา

แต่วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเราเป็นปัญหาในรูปแบบเดิมๆ ซ้ำๆกัน

แค่ต่างเกิดในแต่ละด้านของชีวิต

ที่จริงเราไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาแล้ว ก็แก้กันไปแบบเดิมๆเหมือนที่เคยแก้

หรือบ้างก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจก็ได้

แต่เป็นที่น่าสังเกตได้ว่า

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเราวันนี้ มันออกมาในแนวเดียวกัน

เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

คือ การพิพากษาว่าเรากระทำผิด

(ซึ่งถ้าเป็นเมื่อปีก่อนก็จะคิดแค่ว่า เออ ก็ผิดแล้วไง

ฉันมั่นใจนี่ ว่าฉันทำดี จะมาว่าฉันผิดได้ไง)

เราค่อนข้างจะมั่นใจในในระบบความคิดที่ก่อเกิดจากความคิดที่ดี

ว่าผลจะออกมาดี

แต่วันนี้เราเองที่ลืมนึกไปว่า

1.โลกมันมีหลายมุม กระทำอย่างหนึ่ง อาจถูกตีความไปอีกอย่างหนึ่ง

โดยที่ไม่ตรงกับเจตนาก็ได้ เนื่องด้วยต่างเอาอารมณ์เข้าร่วมตีความ

โดยปราศจากเหตุผลที่ดีงาม

ต่างยึดอัตตาตัวเองอีกทั้ง คนตีความเขาก็คงมี

อัตตาและความมั่นใจในระบบความคิดของเขา

เหมือนๆที่เรามีเหมือนกัน

2.การคิดดี ทำดี ไม่ได้แปลว่า จะทำดีได้ดี เสมอ เรื่องบางเรื่อง กระทำบางอย่าง

เราอาจจะเคยทำครั้งหนึ่งแล้วปรากฏว่า ผลลัพธ์ คือ ถูก

แต่ในการกระทำลักษณะเดียวกันในอีก วาระหนึ่ง ผลลัพธ์ คือ ผิด

ทุกอย่างอยู่ที่ผู้ตีความหรือไร 

ลองถามตัวเองว่า แล้วเราผิดตรงไหน? พยายามพิจารณาจิตตัวเอง

ว่าแล้วตอนนี้เราอยู่จุดไหน ในเมื่ออยู่ๆรูปแบบของปัญหาทั้งหลาย

มันออกมาในทิศทางเดียวกัน ควรกลับมาพิจารณาอย่างจริงจังสักที

ว่าเรามีปัญหาอะไรซึ่ง

ปัญหาเหล่านี้ อาจจะมาจาก

  1. ระบบและวิธีคิดที่ผิดของเราเอง

  2. EQ เราต่ำลงกว่าเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่?

  3. ท่าทางการแสดงออกไม่ตรงกับเจตนา

  4. บุคลิกภาพน่าโดนด่า

มาถึงบรรทัดนี้ ขอสารภาพตรงๆว่าตอบตัวเองไม่ได้

มองหน้าตัวเองในกระจกก็แล้ว

ถามตัวเองอย่างพินิจเคราะห์ตามที่กล่าวมา ก็แล้ว

สุดท้ายก็สรุปได้แค่ว่า คนโง่ก็มักจะได้รับการกระทำเยี่ยงนี้อยู่เสมอ

ก็ดีแล้วแหละ

ตราบใดที่เรา ยังพินิจพิจารณาและวิเคราะห์ที่มาหรือสาเหตุของปัญหาออกมาไม่ได้

ว่าเราบกพร่องอย่างไร ตรงไหน

เราก็จะไม่ทราบถึงสาเหตุของปัญหาอันแท้จริงควรแก้ไขให้ได้

ก็ต้องทนต่อสถาณการณ์แบบนี้ต่อไป

แต่ที่แน่ๆ การมองทิศทางของปัญหาในวันนี้

ทำลายความเชื่อมั่นต่อคำว่า ทำดีได้ดี ไปเยอะเลย

มันไม่มีจริงแล้วเหรอไงเนี่ย

หรือว่า ไอ้ที่ว่าสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงแล้ว มันเกิดจาก

คนอื่นตีความไปว่าเราผิดทั้งที่เราไม่ผิด

นั้นไง !!!

มาอีกแล้วไอ้ความคิดเทือกนี้

จริงที่เคยอ่านหนังสือเจอว่า มนุษย์มักมีจิตคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ

ไม่เอาแล้วสับสน !! งงตัวเอง

ขอกลับไปจุดเดิมดีกว่า เออ ก็ผิด แล้วไงล่ะ?

(ง่ายดี ไม่ต้องตีความและไม่ซับซ้อน)